ความรับผิดชอบต่อการเรียน[2]

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า ในการทำวิจัยเรื่อง ผลของการการปฏิบัติธรรมสายวิชชาธรรมกายที่มีต่อความรับผิดชอบต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนโคราชพิทยาคมนั้น  ผู้วิจัยได้ใช้เครื่องมือของการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research methodology) ซึ่งนำมาจากทฤษฎีฐานราก (Grounded theory) จำนวน 3 ประเภทคือ การสังเกตและจดบันทึก  การสัมภาษณ์เชิงลึก และ การรายงานตนเองของนักเรียนเข้ามาร่วมศึกษาด้วย

ในส่วนนี้ จึงจะเสนอตัวอย่างการรายงานตัวเองของนักเรียนกลุ่มทดลองาจากงานวิจัยชิ้นดังกล่าว  ในการเปิดเรียนปีการศึกษา 2522 ที่จะถึงนี้  นักเรียนกลุ่มนี้จะศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโคราชพิทยาคม  นครราชสีมา

นางสาวศิริขวัญ  แจ่มไพศาล
(นักเรียนกลุ่มทดลองผู้นี้เป็นนักเรียนผู้พิการทางสายตา ซึ่งเรียนรวมกันนักเรียนปกติ)

เมื่อได้ทำการฝึกสมาธิในครั้งแรกและได้เรียนรู้ถึงผลดีของการทำสมาธิผู้เขียนก็ตั้งใจว่า จะฝึกสมาธิเพื่อจะได้มีจิตใจที่สงบและจะได้รับผลบุญจากการฝึกนี้ด้วย  แม้ในครั้งแรกจะไม่เห็นกายธรรมก็ตาม  แต่สิ่งที่ได้รับจากการนั่งสมาธิก็คือ ความสงบในจิตใจ

สำหรับการนั่งสมาธิแบบนี้ จะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง เนื่องจากต้องกำหนดให้ดวงแก้วเคลื่อนไปตามฐานต่างๆ ภายในร่างกายจึงก่อให้เกิดอาการเวียนศีรษะ  และคลื่นไส้ในครั้งแรกๆ   ต่อมาหลังจากได้ทำการนั่งสมาธิบ่อยเข้า ก็ไม่ได้รับผลข้างเคียงนี้อีก

เมื่อได้ฝึกสมาธิไปเรื่อยๆ ก็เริ่มกำหนดดวงแก้วและการเคลื่อนของดวงแก้วได้ดีขึ้น  ตลอดจนสามารถเห็นกายธรรมได้ชัดขึ้น  และสามารถพูดคุยเพื่อขอสิ่งต่างๆ กับกายธรรมที่เห็นได้  ซึ่งหากเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผู้ฝึกสมาธิก็จะได้รับพรตามที่ขอเช่นเดียวกับตัวของผู้เขียนเอง

ในปัจจุบันผู้เขียนสามารถมองเห็นกายธรรมได้ทั้งสิ้น  4  กายธรรม  และยังสามารถบอกถึงปัญหาของตนกับพระที่เห็น และได้รับการชี้ให้เห็นทางออกที่ดีของปัญหาต่างๆ อีกด้วย

แม้ตัวของผู้เขียนจะทำการฝึกสมาธิมาเพียงไม่กี่เดือน แต่ผลที่ได้รับคือทำให้มีความสงบเยือกเย็น  ทำให้มีความอดทนและทำให้ไม่คิดร้ายกับผู้อื่น  ตลอดจนไม่รู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยวขาดที่พึ่งอีกต่อไป

ผู้เขียนตั้งใจว่าจะทำการฝึกสมาธิเช่นนี้ไปตลอดชีวิต  เพื่อจะได้เป็นการสร้างบุญให้กับตนเอง  และเพื่อจะได้ขอพรดีๆ ให้แก่ผู้อื่นที่อยู่รอบข้างด้วย  เพราะผู้เขียนเชื่อว่าการมีจิตใจที่ดีย่อมนำความสงบสุขมาให้กับทุกๆคน  เช่นเดียวกับผลที่ผู้เขียนได้รับจากการทำความดีโดยการฝึกสมาธินี่เอง

นางสาวอมรรัตน์  คำหนู
วันแรกที่ทำ ยังไม่เห็นอะไร นึกแต่ดวงใสได้ และทำตามขั้นตอนได้ ต่อมา เริ่มทำตามได้ และเห็นดวงใสเคลื่อนที่ตามที่เรานึก

จากนั้นวันที่สองที่ลองทำ นึกเห็นดวงใส เคลื่อนที่ตามที่เรานึก และเห็นดวงใสในท้อง แต่ยังไม่เห็นพระ

วันที่สาม ก็ยังเห็นแต่ดวงใสเหมือนวันแรก แต่การนั่งและปฏิบัติอย่างนี้ ทำให้ข้าพเจ้ามีความสงบ และมีสติ และยังทำให้ความจำของข้าพเจ้าดีขึ้น เรียนรู้เรื่อง จำได้แม่นยำ

นางสาวกฤษฏาพร สืบสังข์

เริ่มครั้งแรกที่ปฏิบัติมีความรู้สึกเบื่อ ที่ต้องนั่งนิ่งๆ และมองไม่เห็นอะไรเลย  พอครั้งที่ 2 ก็เริ่มมีสมาธิบ้าง แต่ก็ยังไม่เห็นอะไร แม้แต่ดวงใส ครั้งต่อมา เห็นดวงใส แต่ปฏิบัติไม่ถึงขึ้นตอนสุดท้าย สมาธิขาดไป

ครั้งต่อมา ทำถึงขั้นตอนสุดท้าย แต่มองไม่เห็นพระอยู่ในท้องเรา และลองกลับไปทำที่บ้านก็ไม่เห็นพระ แต่พอลองทำติดต่อกันหลายๆ วัน ก็เริ่มจะมองเห็นพระ แต่เห็นไม่ชัดเท่าไหร่

พอมาปฏิบัติที่โรงเรียนครั้งต่อมา เห็นพระชัดเจน แต่ไม่สามารถพูดกับพระได้ และลองปฏิบัติตามอีกหลายวัน ผลที่ออกมาก็เหมือนเดิม คือ ไม่สามารถพูดกับพระได้ จนถึงทุกวันนี้

นางสาวปรียา  เจิมขุนทด
ช่วงแรกก็ตั้งใจทำ เพราะว่า อยากจะรู้เหมือนกันว่า จะเห็นพระจริงๆ หรือปล่าว เลยตั้งใจมากที่อยากจะมองเห็น แต่ทำเท่าไหร่ก็มองไม่เห็น แต่วิทยากรบอกว่า ให้ทำใจให้สงบนิ่ง แล้วก็เห็นเหมือนลูกแก้ว ลอยเข้าตา และลอยเข้าลำคอ หอไปถึงสุดท้ายก็ไม่เห็นเหมือนเดิม

พอได้ทำทุกวัน ๆ ก็รู้ว่าตัวเองสบายใจขึ้น และสงบขึ้น ถึงจะมองไม่เห็นพระ แต่ได้อะไรหลายๆ อย่าง จากการทำสมาธิครั้งนี้ แต่พอมาวันสุดท้าย ดิฉันเห็นพระอยู่ในท้องจริงๆ แต่ท่านไม่พูดอะไร ดิฉันถามอะไรท่านก็ไม่ตอบ  หรือว่าใจฉันยังไม่สงบพอ

นางสาวภาริณี แสงแก้วเก้า
ครั้งแรกที่วิทยากรมาบรรยาย และให้ลองนั่งสมาธิ ก็ไม่อยากนั่ง เพราะ มันน่าเบื่อ ไมรู้จะให้ทำไปทำไม เห็นวิทยากรบอกว่า นั่งนานๆ แล้วทำตามขั้นตอนที่บอกก็จะมองเห็นพระในท้องของตนเอง แต่ดิฉันก็ไม่อยากทำ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ก็ไม่อยากทำ ไม่ยอมปฏิบัติตาม แถมยังนั่งเล่น นั่งคุยกันด้วยซ้ำ

ครั้งที่สอง ก็เริ่มลองนั่ง ก็ยังนั่งไม่ได้ เพราะปวดขา ไม่มีสมาธิในการนั่ง แต่ก็ลองอดทนดู ก็ไม่ไหวปวดขา และก็ง่วงนอน บางครั้งก็เคลิ้มหลับไปเลย

ครั้งที่สาม ลองนั่งดูอีกที ก็เริ่มพอที่จะนั่งได้ แต่ไม่นานเท่าไหร่ ก็ต้องเสียสมาธิเพราะยังปวดขาอยู่ดี แต่ก็พยายามจะนั่งให้ได้

ครั้งที่สี่ เริ่มนั่งสมาธิเข้าที่ เริ่มนั่งได้นานกว่าเดิม พอนั่งได้นานก็เริ่มมีสมาธิ และสนุกกับการนั่งสมาธิ ทำให้ในการนั่งสมาธิครั้งนี้ สำเร็จไปได้อย่างน่าพอใจ

ครั้งที่ห้า เมื่อวิทยากรให้นั่งสมาธิก็จะรีบนั่งทันที เพราะ การนั่งสมาธิทำให้เรามีสมาธิในการเรียนมากขึ้นกว่าเดิม แถมนั่งสมาธิครั้งนี้ ยังนั่งได้นานกว่าที่ผ่านๆ ด้วยซ้ำ

นางสาวไพรินทร์  กระจ่างโพธิ์
วันแรกที่วิทยากรมาอธิบายเรื่องการนั่งสมาธิ นั่งฟังประมาณ 1 ชั่วโมง ได้ความรู้มากกมาย เป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน สอนเรื่องบาปบุญ การทำจิตใจให้นิ่ง สงบสติอารมณ์ ทำให้ให้สบาย นั่งหลับนึกถึงพระพุทธคุณ นึกถึงแต่เรื่องพระ

เมื่อเริ่มนั่งสมาธิ นั่งไปก็เริ่มเมื่อย ปวดหลัง พยายามทำใจให้สงบนิ่ง พยายามมองให้เห็นพระ เห็นลูกแก้วในท้อง ข้าพเจ้าพยายามจินตนาการตามที่วิทยากรพูด แต่ข้าพเจ้าก็มองไม่เห็น

วันต่อมาก็ทำเหมือนเดิมอีก พอทำทุกวันเราก็เริ่มชิน ทำให้เรามีสติ ไม่วอกแวก เริ่มมอง เห็นดวงใส มองเห็นพระ เราจึงรู้ว่า ขณะนั้นจิตใจเรานิ่งมาก

พอคาบเรียนต่อไป ที่เราไปเรียน จึงเรียนรู้เรื่องขึ้น มีสติฟังอาจารย์พูด พอนั่งเสร็จก็แผ่เมตตาให้กับผู้อื่น และตนเอง

หลังจากนั้นมา พอข้าพเจ้านึกถึงทีไร แล้วลองทำ จิตใจสงบนิ่งมากกว่าเดิม ไม่ง่วงนอน เรียนเก่ง ตั้งใจมากกว่าเดิม

การนั่งสมาธิ ดี ทำให้เราเป็นคนมีสติ คิดก่อนทำ คิดก่อนพูด สบายใจในทุกเรื่อง ที่เราคิดจะทำ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ทำให้นิสัยไม่ก้าวร้าว

นายวิโรจน์  นรินทร์นอก
ขั้นตอนแรก ผมก็เริ่มนั่งทำสมาธิ โดยนึกให้เห็นดวงแก้วที่ปลายจมูกด้านขวา แต่ผมก็ยังไม่รู้สึกอะไร เพราะจิตใจยังไม่สงบ ขั้นตอนที่สอง ผมได้ทำจากจมูกขึ้นไปหาตา แล้วผมก็รู้สึกว่า จิตใจเริ่มดีขึ้นกว่าเดิม ขั้นตอนที่สาม ไปที่จอมประสาท หรือตรงกลางของหัว ตอนนี้จิตใจสงบไม่วอกแวก  มีสมาธิในการทำมากยิ่งขึ้น เริ่มควบคุมสมาธิของตนเองได้ หลังจากนั้น ก็ลงมาที่สะดือจิตใจเริ่มสงบนิ่ง มีสมาธิ

หลังจากนั้นก็เข้าถึงฐานที่เจ็ด ผมก็ได้นึกถึงวัด และพระพุทธรูปที่บ้านของผมเอง ตอนแรกก็เห็นอะไร แต่อีกต่อมา เหมือนเห็นท่าน แต่ยังไม่ค่อยชัด หลังจากการทำสมาธิก็รู้สึกดี
สิ่งที่ได้รับจากการทำสมาธิ
1) ช่วยให้เราเป็นคนมีสติมากขึ้น
2) ช่วยทำให้จิตใจสบาย
3) ช่วยทำให้การเรียนดีขึ้น
4) ช่วยให้เราเป็นคนเยือกเย็น
5) ช่วยให้เรานำไปปฏิบัติได้ทุกวัน
6) ช่วยฝึกให้เรามีความอดทนอดกลั้น
7) ช่วยให้เราได้คะแนนในการสอบ
8) คิดทำอะไรก็สำเร็จได้ดี

นายขจรยศ  หิงพุดซา
ครั้งแรกที่วิทยาการมาบรรยายและสอนการนั่งสมาธิแล้วจะทำให้เห็นดวงใสและพระพุทธรูปในท้องเรา ผมก็ปฏิบัติตามที่วิทยากรบอกทุกขั้นตอน  ครั้งแรกๆ ก็ทำตามวิทยากรบอกทีละขั้น แต่ทำตามไม่ทัน เพราะวิทยากรพูดและสอนเร็วมาก

ต่อมาผมก็ได้ฝึกทำสมาธิที่ห้องเรียนโดยมีอาจารย์นำแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงของวิทยากรมาเปิดให้ฟัง ทุกคาบที่มีเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ผมมีอาการรู้สึกเมื่อย และง่วงนอน แต่เมื่อได้นั่งสมาธิไปทุกๆ วัน ก็ทำให้ไม่ค่อยมีอาการเมื่อยและง่วงนอนเหมือนกับครั้งแรกๆ และเริ่มทำตาม ที่วิทยากรบอกได้ทันมากขึ้นกว่าเดิม  แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นดวงใสและพระพุทธรูปได้ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกว่า เป็นคนใจเย็นขึ้น มีเหตุมีผลมากขึ้น และตั้งใจเรียนกว่าเดิม ทำให้มีสมาธิในการฟังอาจารย์สอนหรือพูดได้ดีมากขึ้น

นายชโลธร  ผ่อตมแดง
ตั้งแต่ที่วิทยากรเข้ามาบรรยายครั้งแรก ก็สงสัยว่า มันเกี่ยวกับการเรียนหรือไม่ แต่พอได้นั่งสมาธิแล้วทำตามที่วิทยากรบอก ก็รู้สึกดีขึ้น เป็นเพราะสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ พอออกจากสมาธิก็รู้สึกดี และยังทำให้จิตใจสงบนิ่งอีกด้วย และพอได้ทำติดต่อกันหลายๆ วัน ก็เริ่มมองเห็นแสง แต่ว่ายังเห็นไม่ค่อยชัด บางทีก็เห็น บางทีก็ไม่เห็น ก็ได้แต่นึกไปตามที่วิทยากรบอก และพอทำไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกชิน และทำให้จิตใจมีสมาธิมากขึ้น ทำให้การเรียนดีขึ้น เป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้..



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น